• การแบ่งการปกครอง
  • ลักษณะทางภูมิศาสตร์
  • ลักษณะสังคมพืช
  • สถานการณ์ในปัจจุบัน
  • เรื่องเล่าจากอดีต
  • แหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลาย
  • เส้นทางศึกษาหุบเขาลำพญา
  • ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
  • มารู้จักไลเคน
  • พืชน่ารู้
  • ไผ่
  • เฟิร์น “มหัศจรรย์พืชไร้ดอก”
  • ไม้ป่ากินได้
  • อิงอาศัย
  • ไทรนักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร
  • พูพอน “รากมหัศจจรย์”
  • ผู้ย่อยสลายในป่าใหญ่
  • ไม้พื้นล่างในป่าใหญ่
  • พืชใบเลี้ยงเดี่ยว / พืชใบเลี้ยงคู่์
  • มอส สิ่งมีชีวิตบนโขด
  • ความลาดเอียงแห่งขุนเขา
  • ปลาไหลเผือก
  • บุกป่าฝ่าดงปาล์ม
  • ร่องรอยป่าในอดีต
  • ร่องน้ำ “ร่องรอยในอดีต”
  • ไม้ประดับป่า
  • ถ้ำค้างคาว
  • พรรณไม้ล้านปี ฟอสซิลที่มีชีวิต
  • เขื่อนฝรั่ง เรื่องจริงจากอดีต
  • ต้นไม้ยักษ์สุภาพบุรุษแห่งป่า
  • ห่วงโซ่และสายใยอาหาร
  • สายน้ำแห่งชีวิต
  • แผ่เมตตาและอนุรักษ์ป่า
    เรื่องเล่าจากอดีต
      
      ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาในประวัติเมืองลังกาสุกะเมืองปัตตานี. (กมลรัตน์ คะนองเดช) พบความเป็นมาของคำว่า
“ลำพะยา”
มีประวัติดังนี้
 

      การปกครองแบบหัวเมือง สมัยก่อนตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์มีการปกครองแบบหัวเมือง เมืองปัตตานีเป็นหัวเมืองทางปักษ์ใต้ (ภาคใต้) ชื่อ “ปัตตานี ดารุสลาม” ผู้ปกครองหัวเมืองคือ พญาปัตตานี หรือชาวบ้านเรียกว่า “โต๊ะบาหมุ” (โต๊ะ หมายถึงคนสูงอายุที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและศรัทธา) และทุก ๆ 3 ปี หัวเมืองปัตตานีดารุสลาม จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระมหากษัตริย์ เครื่องราชบรรณาการดังกล่าว คือต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ประกอบด้วย ลำต้นสูง 2 ศอก 4 นิ้ว กิ่ง 4 ชั้น รวม 5 ชั้นทั้งยอด ใบต้นไม้ทอง 270 ใบ ดอกไม้ทอง 17 ดอก ใบต้นไม้เงิน 258 ใบ ดอกไม้เงิน17 ดอก

 
 
      ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขึ้นครองราชย์ พญาปัตตานีหรือโต๊ะบาหมุไม่ได้ส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระมหากษัตริย์ ด้วยต้องการแยกตัวเองปกครองบ้านเมืองเป็นอิสระ ดังนั้นทางเมืองหลวงจึงส่งกำลังทหารมาปราบพญาปัตตานีในข้อหา “กบฏ” ทหารได้ล้อมเมืองปัตตานี ดารุสลามไว้ โดยไม่มีการสู้รบแต่อย่างใด ในที่สุดเสบียงอาหารทางพญาปัตตานีก็หมดลง จึงได้มอบตัว จากนั้น ทหารได้นำตัวพญาปัตตานีไปที่ผืนป่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองปัตตานี นับเป็นผืนป่ารกชัฏ มีช้างชุกชุมมาก
 
 

      ที่มาของคำว่า "ลำพะยา" กล่าวแต่เดิมว่าเจ้าพระยาปัตตานี ได้ใช้พื้นที่ตำบลลำพะยา เป็นที่พักผ่อนและท่านโปรดการคล้องช้างเป็นอย่างมาก จึงให้สร้างที่พักขึ้นบริเวณหมู่บ้านทำเนียบในปัจจุบัน ชาวบ้านเรียกที่พักเจ้าพระยาปัตตานีแห่งนี้ว่า "ทำเนียบ" ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) ซึ่งบ้านทำเนียบนี้ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของตำบลลำพะยา โดยการคล้องช้างในสมัยนั้นจะนำช้างมาล่ามไว้ที่บ้านทำเนียบ จนชาวบ้านเรียกกันว่า "ที่ล่ามช้างของพระยา" และต่อมาคำพูดนี้จึงกร่อนสั้นลงเหลือเป็นคำว่า "ลำพะยา"

 
     
  กากยายักษ์ (ดินดำ  
     
        กากยายักษ์ (ดินดำ) เป็นดินดำที่ค้นพบในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านทองล้น อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน ห่างจากหน่วยประสานงานและป้องกันรักษาป่า (นปป.) ประจำจังหวัดยะลา และส่วนป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) สปป.กรมป่าใ ระยะทางประมาณ 800 ม. มีลักษณะเป็นดินดำเนื้อละเอียด มีประโยชน์ในการนำมาประกอบเป็นองค์พระพุทธรูป หรือองค์พระเครื่อง โดยเฉพาะหลวงปู่พ่อไกร หลวงปู่ทวดวัดช้างให้ ซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาทั้งในและต่างประเทศ สำหรับที่มาของกากยายักษ์มีเรื่องเล่าว่า ในอดีตกาลได้กล่าวถึงยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งได้รับคำสั่งจากหัวหน้ายักษ์ คือ ทศกัณฑ์ ให้ไปเคี่ยวยา หากปรุงยาเสร็จให้นำยาตัวที่ปรุงไปราดบนพื้นดิน เพื่อให้ดินกลายเป็นแผ่นน้ำ แต่ในขณะที่กำลังปรุงยาอยู่นั้น ข่าวการปรุงยารั่วไหบไปถึงหูหนุมาน หนุมานจึงมาขัดขวางเพื่อยับยั้งการปรุงยา จนมีการต่อสู้เกิดขึ้นระหว่างหนุมานกับยักษ์ หนุมานได้ถีบกระทะเคี่ยวยาคว่ำลง ยาในกระทะได้ไหลลงมาสู่พื้นดิน จึงเกิดเป็นสายน้ำขึ้น และกระทะที่คว่ำลงนั้น ปัจจุบันเรียกว่า “เขากระทะ” ตั้งอยู่ระหว่างตำบลตาชีกับตำบลลำพะยา ส่วนยาที่เคี่ยวนั้นเรียกว่า “กากยายักษ์” ซึ่งไหลลงมาจนเกิดเป็นลำธาร ตรงก้นลำธารยังคงเหลือกากยายักษ์หรือดินดำให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน